การจับไม้แบบจับมือในกีฬาเทเบิลเทนนิส

            ในกีฬาเทเบิลเทนนิสนั้นการจับไม้เป็นสิ่งที่ แปลกที่สุดในกีฬาหลายๆประเภทเลยก็ว่าได้เพราะมองดูจะรู้สึกว่าไม่ค่อยยุติธรรมมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบอยู่เสมอ ในเรื่องของการจับไม้ตีลูกเพราะว่าไม่มีกฎกติกาหรือข้อบังคับว่าจะต้องจับไม้ตีแบบใดจึงจะเป็นมาตรฐานแต่ถ้าพิจารณาอีกแนวหนึ่งก็จะรู้สึกว่าวิธีทำดีเพราะแต่ละคนนั้นจะสามารถของตนเองตามใจชอบมากที่สุดเป็นเครื่องชี้ความสามารถเฉพาะบุคคลได้เลย แต่อย่างไรก็ตามหากจับไม้ผิดหลักนั้นผู้เล่นจะไม่สามารถพัฒนาการเล่นได้พอเมื่อเราเคยชินแล้วมันก็ยากที่จะแก้ไข วันนี้เราจะมาพูดถึงการจับไม้ในกีฬาเทเบิลเทนนิสที่นักกีฬาส่วนมากใช้กันและสามารถพัฒนาการเล่นได้วิธีการจับไม้ที่เราจะพูดถึงนี่คือการจับแบบจับมือไปดูกันเลยว่าการจับแบบจับมือนี้เป็นอย่างไร

            สำหรับการจับแบบจับมือที่เป็นที่นิยมแพร่หลายในหมู่ชาวยุโรปและอเมริกาจะมีวิธีปฏิบัติคือเราจะเริ่มต้นใช้มือซ้ายถือแร็กเกตหันสันไม้ตีและด้ามถือเข้าหาลำตัว จากนั้นให้เหยียดนิ้วหัวแม่มือออกให้ง่ามมือแนบติดกันบริเวณด้ามกับขอบหน้าไม้ตีเหมือนดังกับการจับมือนิ้วชี้วางทาบด้านหลังมือส่วนนิ้วหัวแม่มือวางทับด้านหน้ามือโดยนิ้วชี้ทำหน้าที่ควบคุมการตีลูกด้านหน้ามือและขณะที่จะเปลี่ยนกลไกการตีจากหน้ามือเป็นหลังมือนิ้วชี้จะเคลื่อนย้ายสูงขึ้นและหน้าไม้จะถูกควบคุมโดยนิ้วหัวแม่มือนิ้วมือที่เหลือทั้ง 3 นิ้วคือนิ้วก้อยนิ้วนางและนิ้วกลางให้กับรอบด้านถือในขณะที่เหวี่ยงตีลูกบอลพยายามบังคับข้อมือไม่กระดกข้อมือจะทำให้มุมหน้าไม้บังคับวิถีลูก บอลผิดพลาดได้ เราจะต้องไม่เกร็งนิ้วมือและไม่ควรออกแรงจับยึดไหมไว้โดยนิ้วทุกนิ้วจะทำให้ขาดความคล่องตัวข้อต่อที่นิ้วมือต้องไม่ยึดเกร็งคือให้ข้อต่อสามารถทำงานเป็นปกติ ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งคือการจัดแบบมือถืออย่าจับเลยขึ้นไปถึงหน้าไม้และอย่ากำได้จนแน่นแล้วยิ่งจับด้ามสูงขึ้นไปเท่าใดก็ยิ่งเสียความคล่องตัวของข้อมือเท่านั้นแต่ตรงข้ามหากจับด้ามต่ำลงมามากเราจะได้ความคล่องตัวแต่เสียการควบคุมฉะนั้นการจับไม้ให้อยู่ระหว่างทางด้านอย่ากำแน่นปล่อยมือหลวมบวมจะทำให้ข้อมือเราพลิกแพลงรับลูกได้ตลอดและได้ดีขึ้น

            อย่างไรก็ตามเราควรเว้นช่องว่างระหว่างนิ้วกลางกับส่วนล่างสุดของหน้าไม้แล้วถ้าเราจับสูงขึ้นมาอีกส่วนหนึ่งของนิวจะเข้ามาสัมผัสกับหน้าไม้ฉะนั้นเราจงเว้นช่องว่างนิ้วนั้นไว้นิ้วกลางจะทำให้เราคล่องตัวขึ้นและเป็นการพักไปในตัวนั่นเอง